| Pawena's profileNonpartisan.{Reconciliat...PhotosBlogLists | Help |
FTA Thai -japan โจรสลัดชีวภาพ
ศาตราจารย์คาร์ลอส คอร์เรีย นักวิชาการด้านทรัพย์สินทางปัญญาซึ่งมีชื่อเสียงระดับโลก ซึ่งเป็นตัวแทนของรัฐบาลอาร์เจนตินาและเป็นที่ปรึกษาของกลุ่มประเทศ G77 ในการเจรจาเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาในองค์กรการค้าโลก(TRIPs) ในอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ(CBD) และสนธิสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยทรัพยากรพันธุกรรมพืชเพื่ออาหารและการเกษตร (ITPGR-FA ) ได้ส่งจดหมายอิเลคโทรนิคส์ยืนยันว่า มาตรา 130(3)ในเอฟทีเอไทย-ญี่ปุ่นนั้น เปิดทางให้มีการจดสิทธิบัตรจุลชีพตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นการเปิดทางให้ญี่ปุ่นเข้ามาครอบครองทรัพยากรชีวภาพของประเทศไทยในอนาคต ในจดหมายลงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2550 มีข้อความซึ่งแปลได้ดังนี้
ภายใต้กฎหมายสิทธิบัตร พ.ศ.2522 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2542 ไม่อนุญาตให้มีการจดสิทธิบัตรที่เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตโดยบัญญัติไว้ว่า “จุลชีพและส่วนประกอบส่วนใดส่วนหนึ่งของจุลชีพที่มีอยู่ตามธรรมชาติ สัตว์ พืช หรือสารสกัดจากสัตว์หรือพืช ไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติ" แต่ข้อบทในความตกลงเอฟทีเอไทย-ญี่ปุ่นกลับเขียนข้อความซึ่งเปิดโอกาสให้มีการจดสิทธิบัตรจุลชีพตามธรรมชาติ ดังปรากฏอยู่ในข้อบทตามมาตรา 130(3) ว่า “ภาคีแต่ละฝ่ายจะต้องให้ความมั่นใจว่าคำขอรับสิทธิบัตรใดๆจะไม่ถูกปฏิเสธด้วยเหตุผลเพียงอย่างเดียวว่า สาระที่ขอถือสิทธิในคำขอนั้นเกี่ยวข้องกับจุลชีพที่เกิดตามธรรมชาติ” ไบโอไทยเรียกร้องให้รัฐบาลต้องแก้ไขและปิดช่องโหว่นี้ด้วยการตัดข้อความใน 130(3)ออกทั้งหมดเช่นเดียวกับที่ปรากฏใน JPEPA หรือตัดข้อความ “naturally occurring” ออกไปเพื่อให้ข้อบทนี้เหมือนกับเอฟทีเอที่ญี่ปุ่นทำกับประเทศมาเลเซีย หรือมิฉะนั้นก็ตัดออกทั้งหมวดเลยเช่นเดียวกับเอฟทีเอที่ญี่ปุ่นทำกับประเทศฟิลิปปินส์ http://www.ftawatch.org/autopage1/show_page.php?t=11&s_id=74&d_id=74 TrackbacksThe trackback URL for this entry is: http://svkpkrue.spaces.live.com/blog/cns!6A4090EF31D13552!2028.trak Weblogs that reference this entry
|
|
|