Pawena 的个人资料Nonpartisan.{Reconciliat...照片日志列表 工具 帮助

日志


เจ้าหน้าที่ทำละเมิด?

การทำละเมิดของเจ้าหน้าที่ที่กระทำต่อหน่วยงานของรัฐ :

กรณีที่หน่วยงานรัฐบังคับคดียึดหรืออายัดทรัพย์ได้โดยไม่ต้องฟ้องศาล

วิรุฬห์ ฉันท์ธนนันท์(อัยการจังหวัด สคช .ชัยนาท)

ข้อมูลจาก http://www.ubon-ju.ago.go.th/articles/govtorts.html

            การทำละเมิดในทางแพ่งได้มีประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 420  บัญญัติไว้ว่า ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายใช้เขาเสียหายถึงแก่ชีวิตก็ดี แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิดจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น  จึงเห็นได้ว่าการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนฐานละเมิดในทางแพ่งจะมีขึ้นจะต้องเป็นกรณีผู้นั้นกระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหายโดยผิดกฎหมาย

                สำหรับบทความนี้ มีสาระสำคัญที่จะกล่าวถึง  3  ประการเกี่ยวกับการทำละเมิดโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐ  ดังนี้

                1. เจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำละเมิดต่อหน่วยงานของรัฐนอกหน้าที่ของตน

                2. เจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำละเมิดต่อหน่วยงานของรัฐในการปฏิบัติการตามหน้าที่โดยประมาทเลินเล่อที่ไม่ร้ายแรง (ประมาทเลินเล่อธรรมดา)

                3. เจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำละเมิดต่อหน่วยงานของรัฐในการปฏิบัติการตามหน้าที่โดยจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง

                1. เจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำละเมิดต่อหน่วยงานของรัฐนอกหน้าที่ของตน  หากหน่วยงานของรัฐแจ้งให้เจ้าหน้าที่ชดใช้ค่าเสียหาย  แต่เจ้าหน้าที่เพิกเฉย  หน่วยงานของรัฐต้องนำคดีฟ้องร้องต่อศาล  จะบังคับคดีโดยยึดหรืออายัดทรัพย์เจ้าหน้าที่ผู้นั้นทันทีไม่ได้

                2. เจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำละเมิดต่อหน่วยงานของรัฐในการปฏิบัติการตามหน้าที่โดยประมาทเลินเล่อที่ไม่ร้ายแรง (ประมาทเลินเล่อธรรมดา)   ไม่ว่ากระทำละเมิดต่อหน่วยงานของรัฐที่ตนสังกัดหรือไม่ก็ตาม  หากเป็นการปฏิบัติการตามหน้าที่แล้วไปก่อให้เกิดการละเมิดที่เกิดขึ้นจากความประมาทเลินเล่อที่ไม่ร้ายแรงแล้ว  เจ้าหน้าที่รัฐไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน (ตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่  พ.ศ.  2539          มาตรา 10 ประกอบด้วยมาตรา 8)  เนื่องจากกฎหมายมีเจตนารมณ์ว่าหากให้รับผิดในกรณีนี้  จะทำให้เจ้าหน้าที่ไม่กล้าจะตัดสินใจในการทำงาน  บั่นทอนขวัญกำลังใจ  ไม่เป็นธรรมแก่เจ้าหน้าที่  ทั้งที่ทำงานให้รัฐแต่เกิดความเสียหายเนื่องจากความผิดพลาดเล็กน้อย  หากเจ้าหน้าที่ไม่กล้าตัดสินใจในการทำงานจะทำให้งานล่าช้าเกิดความเสียหายแก่รัฐและเอกชนผู้มาติดต่อ

                3. เจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำละเมิดต่อหน่วยงานของรัฐในการปฏิบัติการตามหน้าที่โดยจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง   ในทางปฏิบัติเมื่อหน่วยงานของรัฐตั้งคณะกรรมการสอบสวนความรับผิดทางละเมิดแล้วปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำละเมิดต่อหน่วยงานของรัฐในการปฏิบัติการตามหน้าที่โดยจงใจหรือประมาท  เลินเล่ออย่างร้ายแรง   หน่วยงานของรัฐมีอำนาจออกคำสั่งเรียกให้เจ้าหน้าที่ผู้นั้นชำระเงินภายในเวลาที่กำหนด (พระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 มาตรา  12) คำสั่งนี้ถือเป็นคำสั่งทางการปกครองตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 มาตรา 5 ซึ่งมีรูปแบบและผลของคำสั่งตามพระราชบัญญัติดังกล่าวมาตรา  34 ถึง  43  และสามารถอุทธรณ์หรือเพิกถอนหรือขอให้พิจารณาทบทวนคำสั่งทางปกครองดังกล่าวได้ตามมาตรา  44  ถึง  54 หากมีการอุทธรณ์คำสั่งทางปกครอง แต่ผู้มีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์พิจารณาแล้วไม่มีคำสั่งให้เปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม ผู้ได้รับคำสั่งทางปกครองมีสิทธิฟ้องคดีต่อศาลปกครองเพื่อให้เพิกถอนคำสั่งทางปกครองนั้นภายใน  90 วัน   นับแต่วันรู้หรือควรรู้เหตุแห่งการฟ้องคดี   (ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครอง และวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542  มาตรา 9(1),42,49  และ 72)  ในกรณีเช่นนี้ หน่วยงานของรัฐจะมีฐานะเป็น ผู้ถูกฟ้องคดี ซึ่งมีหน้าที่ยื่นคำให้การมิใช่ ผู้ฟ้องคดี ซึ่งมีหน้าที่เริ่มต้นดำเนินคดีโดยการยื่นคำฟ้องต่อศาลปกครอง

                คำสั่งทางปกครองที่ให้เจ้าหน้าที่ชำระเงิน   เมื่อถึงกำหนดแล้วไม่มีการชำระให้ถูกต้องครบถ้วนนั้นกฎหมายบัญญัติให้หน่วยงานของรัฐมีหนังสือเตือนให้ชำระภายในระยะเวลาที่กำหนด ถ้าไม่มีการปฏิบัติตามคำเตือน หน่วยงานของรัฐสามารถใช้มาตรการทางปกครองโดยการยึด การอายัด และการขายทอดตลาดทรัพย์สินของผู้นั้นนำเงินมาชำระหนี้จนครบถ้วนได้ วิธีการยึด การอายัดและการขายทอดตลาดให้ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งโดยอนุโลม (ไม่จำต้องฟ้องคดีต่อศาล  หากฟ้องศาลเคยมีคำสั่งของศาลปกครองสูงสุดที่ 74/2546 วินิจฉัยทำนองว่าหน่วยงานของรัฐไม่มีอำนาจฟ้องเนื่องจากมีอำนาจบังคับคดีโดยการยึดหรืออายัดทรัพย์ได้เอง) ส่วนผู้มีอำนาจสั่งยึดหรืออายัด หรือขายทอดตลาดทรัพย์ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง (พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 มาตรา  57) กฎกระทรวงที่เกี่ยวกับเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจหน้าที่ในการใช้มาตรการบังคับทางปกครองโดยการยึด การอายัด และการขายทอดตลาด คือ กฎกระทรวงฉบับที่ 9 (พ.ศ.2542) ออกตามความในพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 ซึ่งกำหนดให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจในกรณีที่ผู้ทำคำสั่งทางปกครองเป็นเจ้าหน้าที่ของราชการส่วนภูมิภาคในจังหวัด  เป็นการกำหนดให้ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นผู้มีอำนาจสั่งยึด อายัด และขายทอดตลาดในส่วนภูมิภาคนั้นในกรณีนี้อาจเทียบเคียงได้กับประมวลรัษฎากร มาตรา  12  ซึ่งใช้บังคับมาตั้งแต่ พ.ศ.  2525  โดยกฎหมายดังกล่าวได้บัญญัติไว้ในทำนองเดียวกันกับมาตรการบังคับทางปกครองดังกล่าวข้างต้น ซึ่งในทางปฏิบัติผู้ว่าราชการจังหวัดจะเป็นผู้ออกคำสั่งยึดทรัพย์ลูกหนี้ค้างชำระหนี้ภาษีอากรแล้วมอบอำนาจให้เจ้าหน้าที่สรรพากรเป็นผู้มีอำนาจดำเนินการแทน ดังนั้น  ในกรณีการใช้มาตรการบังคับการปกครองนี้จึงอาจดำเนินการโดยวิธีการอย่างเดียวกันก็ได้

            ดังนั้น  จึงสรุปได้ว่าในกรณีเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำละเมิดต่อหน่วยงานของรัฐนั้นต้องพิจารณาว่าเจ้าหน้าที่ได้กระทำละเมิด โดยได้กระทำในการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ หากเป็นการกระทำในการปฏิบัติหน้าที่หน่วยงานของรัฐก็ต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดฯ พ.ศ. 2539 และพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 ที่กล่าวข้างต้นซึ่งได้กำหนดวิธีการดำเนินการและมาตรการบังคับทางปกครองไว้เป็นการเฉพาะแล้วหน่วยงานของรัฐจะดำเนินการโดยวิธีการอื่น หรือดำเนินการโดยข้ามขั้นตอน หรือโดยการนำคดีมาฟ้องต่อศาลยุติธรรมหรือศาลปกครองมิได้

                แต่ถ้าเจ้าหน้าที่ได้กระทำละเมิดโดยมิได้กระทำในการปฏิบัติหน้าที่ ในกรณีเช่นนี้พระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดฯ พ.ศ. 2539 มาตรา 10 บัญญัติว่าให้บังคับตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา  420 หากผู้กระทำละเมิดไม่ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน หน่วยงานของรัฐก็ต้องใช้สิทธิฟ้องคดีต่อศาลยุติธรรม

                ในกรณีที่เจ้าหน้าที่กระทำละเมิดโดยมิได้กระทำในการปฏิบัติหน้าที่จะนำมาตรการบังคับทางปกครองโดยการยึด การอายัด และการขายทอดตลาดทรัพย์สินมาใช้แทนการฟ้องคดีต่อศาลยุติธรรมไม่ได้ เนื่องจากมาตรการดังกล่าวจะใช้เฉพาะกรณีที่มีคำสั่งทางปกครองให้ผู้ใดชำระเงินแล้วผู้นั้นไม่ชำระเท่านั้น  ทั้งนี้เนื่องจากพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดฯ พ.ศ. 2539  มาตรา 12  ได้บัญญัติว่าเฉพาะในกรณีที่เจ้าหน้าที่ของรัฐต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพราะได้กระทำละเมิดต่อหน่วยงานของรัฐตามพระราชบัญญัติความรับผิดละเมิดฯ พ.ศ. 2539 มาตรา  10  ประกอบกับมาตรา 8 คือต้องเป็นกรณีที่กระทำละเมิดโดยเป็นการกระทำในการปฏิบัติหน้าที่เท่านั้น  จึงจะสามารถออกคำสั่งเรียกให้เจ้าหน้าที่ผู้นั้นชำระเงินภายในเวลาที่กำหนดได้

                ดังนั้น  ในกรณีที่เจ้าหน้าที่กระทำละเมิดต่อหน่วยงานของรัฐ และการกระทำนั้น มิใช่กระทำในการปฏิบัติหน้าที่ หน่วยงานของรัฐจะต้องฟ้องคดีละเมิดต่อศาลยุติธรรมเพื่อให้บังคับชำระหนี้

……………………………………………….


评论

请稍候...
很抱歉,您输入的评论太长。请缩短您的评论。
您没有输入任何内容,请重试。
很抱歉,我们当前无法添加您的评论。请稍后重试。
若要添加评论,需要您的家长授予您相应权限。请求权限
您的家长禁用了评论功能。
很抱歉,我们当前无法删除您的评论。请稍后重试。
您已超过了一天之内允许提供的评论数上限。请在 24 小时后重试。
因为我们的系统表明您可能在向其他用户提供垃圾评论,您的帐户已禁用了评论功能。如果您认为我们错误地禁用了您的帐户,请联系 Windows Live 支持部门
完成下面的安全检查,您提供评论的过程才能完成。
您在安全检查中键入的字符必须与图片或音频中的字符一致。

若要添加评论,请使用您的 Windows Live ID 登录(如果您使用过 Hotmail、Messenger 或 Xbox LIVE,您就拥有 Windows Live ID)。登录


还没有 Windows Live ID 吗?请注册

引用通告

此日志的引用通告 URL 是:
http://svkpkrue.spaces.live.com/blog/cns!6A4090EF31D13552!1999.trak
引用此项的网络日志