Pawena's profileNonpartisan.{Reconciliat...PhotosBlogLists Tools Help

Blog


    การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า 1

      ภายหลังการรับจดทะเบียน

             เครื่องหมายการค้าที่ได้รับการจดทะเบียนแล้วนั้น เจ้าของเครื่องหมาย การค้ามีสิทธิที่จะดำเนินการขอจดทะเบียนเพื่อแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการทางทะเบียน หรือขอจดทะเบียนโอนสิทธิในเครื่องหมายการค้า การต่ออายุทะเบียนเครื่องหมายการค้า และขอจดทะเบียนสัญญาอนุญาตให้บุคคลอื่นใช้เครื่องหมายการค้านั้นได้
              การขอแก้ไขรายการทางทะเบียน
              หลัก การในการขอแก้ไขรายการในคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าไม่ว่าจะเป็นเครื่อง หมายการค้าที่ผู้ขอจดทะเบียนยื่นเข้ามาและอยู่ในระหว่างการพิจารณาของนาย ทะเบียน หรือเป็นเครื่องหมายการค้าที่นายทะเบียนได้รับจดทะเบียนให้ไปแล้ว ในกรณีต่อไปนี้ ให้ยื่นคำขอจดทะเบียนเข้ามาใหม่ คือ
    1.
    ถ้าเป็นการขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงส่วนหนึ่งส่วนใดซึ่งเป็นสาระสำคัญของเครื่องหมายการค้า
    2.
    ถ้าเป็นการขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงโดยการขอเพิ่มเติมรายการสินค้าในจำพวกเดียวกัน
              ทั้งนี้ ตัวเครื่องหมายการค้านั้นเอง และรายการสินค้า ถือว่าเป็นสาระสำคัญในการพิจารณาในเรื่องความเหมือนหรือคล้ายของเครื่องหมายการค้า ดังนั้น หากจะมีการอนุญาตให้เปลี่ยนแปลงรูปเครื่องหมายการค้าหรือเพิ่มเติมรายการสินค้าเข้ามา ในคำขอจดทะเบียนเดิมอาจทำให้การพิจารณาของนายทะเบียนผิดพลาดได้
              ดังนั้น ในการขอแก้ไขรายการทางทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้น พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2543 มาตรา 52 จึงได้บัญญัติจำกัดสิทธิของเจ้าของเครื่องหมายการค้าที่จะขอแก้ไขรายการทางทะเบียนไว้ โดยกำหนดให้แก้ไขได้เฉพาะในเรื่องดังต่อไปนี้
            (1)
    ยกเลิกรายการสินค้าบางอย่างที่ได้จดทะเบียนไว้แล้ว
    เงื่อนไขประการหนึ่งของการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า คือ จะต้องระบุรายการสินค้าที่ประสงค์จะได้รับความคุ้มครองแต่ละอย่างโดยชัดแจ้ง การขอจดทะเบียนนั้น ผู้ขอจดทะเบียนอาจระบุรายการสินค้าในคำขอเดียวกันมากกว่าหนึ่งรายการก็ได้ ดังนั้นหากต่อมาภายหลังเจ้าของประสงค์จะยกเลิกรายการสินค้าบางอย่างที่ได้จดทะเบียนไว้แล้ว ก็ย่อมที่จะดำเนินการได้
           
    แต่ การขอเพิ่มเติมรายการสินค้าเข้ามาใหม่จากที่ขอจดทะเบียนไว้แต่เดิมนั้น นายทะเบียนจะไม่อนุญาตให้แก้ไข เพราะมีผลกระทบถึงเรื่องความเหมือนหรือคล้ายของเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นได้ตามที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น
           
    ดังนั้นถ้าหากท่านประสงค์จะจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าสำหรับรายการสินค้าที่ขอแก้ไขใหม่นั้นให้ได้ ท่านควรยื่นเป็นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเข้ามาใหม่ และเพื่อตัดปัญหาการโต้แย้ง กฎกระทรวง (พ.ศ.2535) ข้อ14 จึงได้กำหนดให้ผู้ขอที่ประสงค์จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงส่วนหนึ่งส่วนใดซึ่งเป็นสาระสำคัญของเครื่องหมายการค้าที่ได้ยื่นคำขอจดทะเบียนไว้ หรือต้องการเพิ่มเติมรายการสินค้าในจำพวกเดียวกันให้ผู้ขอยื่นคำขอจดทะเบียนใหม่
            (2)
    ชื่อ สัญชาติ ที่อยู่ อาชีพของเจ้าของเครื่องหมายการค้านั้นและของตัวแทน (ถ้ามี)
    การขอแก้ไขชื่อ สัญชาติ ที่อยู่ อาชีพ ของเจ้าของและตัวแทนนั้น เป็นรายการจดทะเบียนที่สามารถแก้ไขได้ตลอดเวลา แต่การขอเปลี่ยนชื่อเจ้าของเครื่องหมายการค้านั้น ท่านจะต้องแนบหลักฐานการเปลี่ยนชื่อแนบเข้ามาด้วย
            (3)
    สำนักงานหรือสถานที่ที่นายทะเบียนสามารถติดต่อได้
    สำนักงานหรือสถานที่ติดต่อได้นี้ เป็นสาระสำคัญอย่างหนึ่งของการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ซึ่งจะสังเกตได้จากเมื่อท่านยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า เงื่อนไขในการยื่นขอจดทะเบียน

            ประการหนึ่ง คือ ผู้ขอจดทะเบียนเพื่อเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้านั้นหรือตัวแทน ต้องมีสำนักงานหรือสถานที่ที่นายทะเบียนสามารถติดต่อได้ตั้งอยู่ในประเทศไทย ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า ฯ และเมื่อเครื่องหมายการค้านั้นได้รับการจดทะเบียนแล้ว ถ้าเจ้าของเครื่องหมายการค้าหรือตัวแทนเลิกตั้งสำนักงานหรือสถานที่ที่ได้จดทะเบียนไว้ในประเทศไทย กฎหมายให้ นายทะเบียน มีอำนาจสั่งเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้นได้ ตามมาตรา 59
           
    ดังนั้น หากเจ้าของเครื่องหมายการค้าหรือตัวแทนเคยระบุสถานที่ติดต่อไว้อย่างไร หากประสงค์จะเปลี่ยนแปลงสถานที่ที่ติดต่อ จึงควรยื่นคำขอจดทะเบียนแก้ไขโดยระบุชื่อบุคคลและสถานที่ที่สามารถติดต่อได้ให้ชัดเจนไว้ทุกครั้ง เพื่อประโยชน์ของเจ้าของเครื่องหมายการค้าเองที่จะได้รับหนังสือจากนายทะเบียนในการเตือนให้ทราบถึงวันครบกำหนดที่จะต้องต่ออายุ
           
    ประโยชน์อย่างหนึ่งของสถานที่ติดต่อคือ เป็นภูมิลำเนาของผู้ขอจดทะเบียนหรือเจ้าของเครื่องหมายการค้าที่มิได้มีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทย ซึ่งตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า ฯ มาตรา 105 ให้ ถือสำนักงานหรือสถานที่ของบุคคลผู้ขอจดทะเบีนนหรือเจ้าของเครื่องหมายการค้า หรือตัวแทนตามที่ระบุไว้ในคำขอจดทะเบียนหรือที่ได้จดทะเบียนไว้เป็นภูมิ ลำเนาของบุคคลดังกล่าว
            (4)
    รายการอื่นใดตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
    ปัจจุบันกฎกระทรวง (พ.ศ.2535) ข้อ 34 กำหนดให้รายการต่อไปนี้ขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้ คือ

            4.1 ยกเลิกตัวแทน เป็นกรณีที่แต่เดิมในขณะยื่นคำขอจดทะเบียนมีการตั้งตัวแทนไว้ แต่ในภายหลังจะขอยกเลิกตัวแทน เจ้าของเครื่องหมายการค้าย่อมยื่นคำขอแก้ไขรายการเพื่อยกเลิกเลิกการเป็นตัวแทนได้
              ข้อที่ควรพึงระวังในการยกเลิกการเป็นตัวแทนก็คือ หากในการยื่นคำขอจดทะเบียนไว้แต่แรก ระบุว่า ในการติดต่อนั้น ให้นายทะเบียนติดต่อไปยังตัวแทนปรากฎอยู่แล้วเช่นนี้ ในการขอยกเลิกตัวแทน ท่านก็ควรที่จะแก้ไขสถานที่ที่ให้นายทะเบียนติดต่อใหม่ด้วย หากเดิมท่านระบุให้ติดต่อไปยังตัวแทนของท่าน
            4.2
    ตั้งหรือเปลี่ยนตัวแทน ในการยื่นคำขอจดทะเบียนนั้น ท่านจะตั้งตัวแทนไว้หรือไม่ก็ได้ เมื่อจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าแล้ว หากประสงค์จะตั้งตัวแทนเพื่อมาดำเนินการแทนในภายหลังก็ย่อมดำเนินยื่นคำจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา รวมทั้งกรณีที่จะเปลี่ยนแปลงตัวแทนจากคนเดิมเป็นคนใหม่ก็ได้
            4.3
    สัญชาติ ที่อยู่ และอาชีพของผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า ในกรณีที่เครื่องหมายการค้านั้น มีการจดทะเบียนสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าอยู่ด้วย การขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงในส่วนที่เกี่ยวกับตัวคู่สัญญาซึ่งเป็นผู้รับอนุญาต เช่น สัญชาติ ที่อยู่ และอาชีพ ซึ่งเป็นข้อปลีกย่อยเล็กน้อย กฎหมายจึงอนุญาตให้แก้ไขได้
           
    ดังนั้นรายการอื่นใดนอกเหนือจากที่กฎหมายและกฎกระทรวงกำหนดไว้ข้างต้นนี้ จึงไม่ใช่รายการที่นายทะเบียนจะอนุญาตให้แก้ไข ซึ่งได้แก่ - การขอเปลี่ยนแปลงรูปเครื่องหมายการค้า
    -
    การขอเพิ่มเติมรายการสินค้า
    -
    การขอแก้ไขคำอ่านคำแปลเครื่องหมายการค้า
           
    ในการขอเปลี่ยนแปลงรูปเครื่องหมายการค้าหรือการเพิ่มเติมรายการสินค้านั้น แม้ในขณะที่เป็นเครื่องหมายการค้าที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาของนายทะเบียน ยังขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงไม่ได้ ถ้าจะเปลี่ยนแปลงต้องยื่นเป็นคำขอจดทะเบียนเข้ามาใหม่เป็นอีกหนึ่งคำขอ ดังนั้น ยิ่งถ้าเป็นเครื่องหมายการค้าที่ได้รับการจดทะเบียนแล้ว ยิ่งไม่อาจขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรูปเครื่องหมายการค้า หรือเพิ่มเติมรายการสินค้าเข้ามาใหม่ในคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเดิมนั้นไม่ได้เลย
           
    สำหรับการขอจดทะเบียนแก้ไขคำอ่านคำแปลนั้น ตามหลักแล้วในการขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้น หากเครื่องหมายการค้าที่ขอจดทะเบียนเป็นเครื่องหมายที่เป็นเครื่องหมายคำ หรือข้อความ ถ้าเป็นภาษาต่างประเทศ กฎกระทรวง (พ.ศ.2535) และประกาศของกรมทรัพย์สินทางปัญญาได้กำหนดให้ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องดำเนินการดังนี้
            1.
    จะต้องระบุคำอ่าน และคำแปลด้วย
            2.
    ถ้าเครื่องหมายการค้านั้นไม่มีคำแปล ให้ระบุเฉพาะคำอ่าน และระบุคำแปลว่า แปลไม่ได้ ในคำขอจดทะเบียน
            3.
    ถ้าเป็นภาษาอื่น ๆ ที่ทางราชการไม่มีพจนานุกรมเพื่อการอ้างอิง ให้ผู้ขอจดทะเบียนส่งคำรับรองคำอ่านและคำแปลเครื่องหมายการค้านั้น แนบมาพร้อมกับการขอจดทะเบียนด้วย
            4.
    ถ้าเป็นภาษาจีน ผู้ขอจดทะเบียนจะต้องระบุคำอ่านสำเนียงจีนแต้จิ๋ว และสำเนียงจีนกลาง และคำแปลควบคู่กันมาด้วย
           
    ดังนั้น เมื่อระบุคำอ่านคำแปลเครื่องหมายการค้าไว้อย่างไรแล้ว การจะขอแก้ไขคำอ่านเครื่องหมายการค้านั้นในภายหลัง จึงกระทบการต่อการเก็บสารบบเครื่องหมายการค้า ซึ่งจะโยงไปถึงการตรวจสอบความเหมือนคล้ายของเครื่องหมายการค้าด้วย ดังนั้นกฎหมายเครื่องหมายการค้า จึงมิได้บัญญัติให้อำนาจนายทะเบียนในการอนุญาตให้แก้ไขในเรื่องนี้ไว้
           
    การโอนสิทธิหรือรับมรดกสิทธิในเครื่องหมายการค้า
    การโอนสิทธิในเครื่องหมายการค้านั้น มีได้ทั้งที่ยังเป็นเครื่องหมายการค้าที่ยังไม่ได้รับการจดทะเบียน และเป็นเครื่องหมายการค้าที่ได้รับการจดทะเบียนแล้ว กล่าวคือ
            1.
    ถ้าเป็นเครื่องหมายการค้าที่ยังอยู่ในระหว่างยื่นคำขอจดทะเบียน เรียกว่าโอนสิทธิในคำขอจดทะเบียน โดยให้ผู้โอนหรือผู้รับโอนแจ้งให้นายทะเบียนทราบก่อนการจดทะเบียน ซึ่งการโอนมีผลนับแต่วันที่ยื่นคำขอโอน
            2.
    ถ้าเป็นเครื่องหมายการค้าที่ได้รับการจดทะเบียนแล้ว เรียกว่า การโอนสิทธิในเครื่องหมายการค้า ซึ่งจะต้องจดทะเบียนต่อนายทะเบียน
           
    เมื่อกล่าวถึงการโอนเครื่องหมาย ให้รวมถึงการรับมรดกสิทธิในเครื่องหมายการค้านั้นด้วย  

       การโอนสิทธิในเครื่องหมายการค้า อาจแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบ คือ
              1.
    การโอนสิทธิด้วยความสมัครใจของผู้โอนและผู้รับโอน
              2.
    การโอนสิทธิโดยการรับมรดก
              3.
    การโอนสิทธิจากการขายทอดตลาด
           
    การโอนสิทธิด้วยความสมัครใจของผู้โอนและผู้รับโอน
    เป็นการโอนสิทธิในเครื่องหมายการค้าด้วยความสมัครใจของทั้งฝ่ายผู้โอนและผู้รับโอน ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 กรณี คือ
            1.
    กรณีที่ผู้โอนและผู้รับโอนทำสัญญาโอน กรณีนี้เป็นกรณีที่มีสัญญาโอนโดยผู้ที่ได้จดทะเบียนเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้า และผู้รับโอนต่างได้ทำสัญญาโอนสิทธิในเครื่องหมายการค้ากันไว้ ซึ่งในการยื่นคำขอจดทะเบียนโอนเครื่องหมายการค้านั้น จะเป็นผู้โอนหรือผู้รับโอนเป็นฝ่ายนำสัญญาโอนนั้นมายื่นคำขอจดทะเบียนก็ได้
            2.
    กรณีที่ผู้โอนและผู้รับโอนไม่ได้ทำสัญญาโอน แต่มาลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียนโอนต่อหน้านายทะเบียน
              กรณีนี้จะไม่มีสัญญาโอน โดยเจ้าของเครื่องหมายการค้าและผู้รับโอนได้มาติดต่อนายทะเบียนเพื่อขอลงลายมือชื่อในคำขอจดทะเบียนโอนเพื่อให้นายทะเบียนเป็นพยาน โดยนายทะเบียน จะต้องบันทึกรับรองลายมือชื่อผู้โอนและผู้รับโอนไว้ในคำขอจดทะเบียนโอนดังกล่าวเพื่อหลักฐานด้วย
           
    ข้อสังเกต ใน กรณีใช้เฉพาะผู้โอนซึ่งได้จดทะเบียนเป็นเจ้าของสิทธิในเครื่องหมายการค้าและ ผู้รับโอนที่ประสงค์จะให้นายทะเบียนเป็นพยานรับรองการโอนเท่านั้น ไม่รวมถึงตัวแทนหรือผู้รับมอบอำนาจ

              การโอนสิทธิโดยการรับมรดก
    กรณีนี้อาจแบ่งออกเป็น 2 กรณีได้ คือ
    1.
    กรณีที่เจ้าของเครื่องหมายการค้าผู้ตายทำพินัยกรรมหรือมีผู้จัดการมรดก
             
    กรณีนี้ผู้รับพินัยกรรมหรือผู้จัดการมรดกเป็นผู้ยื่นคำขอจดทะเบียนโอนสิทธิในเครื่องหมายการค้าและเป็นผู้ทำสัญญาโอนให้แก่ผู้รับโอน
    2.
    กรณีที่เจ้าของเครื่องหมายการค้าผู้ตายไม่ได้ทำพินัยกรรมหรือไม่มีการร้องขอต่อศาลตั้งผู้จัดการมรดก
           
    ในการขอโอนสิทธิในเครื่องหมายการค้า จะต้องให้ทายาททุกคนทำหนังสือยืนยันว่า ผู้ตายมิได้ทำพินัยกรรมไว้ และไม่มีการร้องขอต่อศาลตั้งผู้จัดการมรดก และให้ระบุจำนวน ชื่อทายาทของผู้ตายทุกคน และความเกี่ยวพันระหว่างผู้ตายและทายาท พร้อมทั้งระบุว่า จะยกสิทธิในเครื่องหมายการค้านี้ให้แก่ทายาทคนใด พร้อมทั้งส่งหลักฐานการเป็นทายาทมาประกอบการขอจดทะเบียนโอนด้วย นอกเหนือจากเอกสารใบมรณะบัตร หรือเอกสารอื่นใดที่แสดงว่าเจ้าของเครื่องหมายการค้าถึงแก่ความตาย
             
    สำหรับในกรณีที่เจ้าของเครื่องหมายการค้าเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย การตายโดยธรรมชาติของบุคคลธรรมดา จะนำมาใช้กับนิติบุคคลไม่ได้ นิติบุคคลจะสิ้นสภาพการเป็นนิติบุคคลต่อเมื่อมีการจดทะเบียนเลิกนิติบุคคล และตั้งผู้ชำระบัญชีเพื่อดำเนินการชำระสะสางทรัพย์สินและหนี้สินของนิติบุคคล เมื่อชำระสะสางทรัพย์สินและหนี้สินของนิติบุคคลเรียบร้อยและแบ่งคืนเงินลงทุนให้แก่ผู้ถือหุ้นแล้ว ผู้ชำระบัญชีจะต้องจดทะเบียนเสร็จการชำระต่อนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทอีกคร้ง จึงจะถือว่าเป็นที่สุดแห่งการชำระบัญชี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1270
             
    โดยเหตุนี้ ถ้าในระหว่างการชำระบัญชี ถ้าผู้ชำระบัญชีได้ทำสัญญาโอนสิทธิในเครื่องหมายการค้าให้แก่ผู้รับโอนคนใดไป ดังนี้ผู้ชำระบัญชีหรือผู้รับโอนมีสิทธิยื่นคำขอจดทะเบียนโอนสิทธิในเครื่องหมายการค้านั้นต่อนายทะเบียนได้
             
    แต่ถ้าหากสัญญาโอนทำขึ้นมาภายหลังได้มีการจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีไปแล้ว เช่นนี้ นายทะเบียนไม่อาจพิจารณาโอนสิทธิในเครื่องหมายการค้านั้นให้ได้ เพราะทันทีเมื่อจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชี อำนาจของผู้ชำระบัญชีย่อมสิ้นสุดลง (1)        

              การโอนสิทธิจากการขายทอดตลาด

              เมื่อเจ้าของเครื่องหมายการค้าเป็นลูกหนี้ และศาลมีคำพิพากษาให้ชำระหนี้หรือเป็นบุคคลล้มละลาย เจ้าพนักงานบังคับคดีหรือเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ย่อมมีอำนาจอายัดสิทธิในเครื่องหมายการค้าต่อนายทะเบียน ห้ามจดทะเบียนโอนสิทธิในเครื่องหมายการค้าดังกล่าวหรือจดทะเบียนทำให้ก่อภาระผูกพันใด ๆ ในเครื่องหมายการค้านี้ได้ และเมื่อเจ้าพนักงานดังกล่าวขายทอดตลาดสิทธิในเครื่องหมายการค้านี้ให้แก่ผู้ใด บุคคลผู้ซื้อทรัพย์จากการขายทอดตลาดมีสิทธิยื่นคำขอจดทะเบียนโอนสิทธิในเครื่องหมายการค้านั้นให้แก่ตัวเอง โดยแนบหนังสือของเจ้าพนักงานดังกล่าวที่มีถึงนายทะเบียนแนบเป็นหลักฐาน
             
    สำหรับเอกสารประกอบที่ต้องมีทุกครั้งที่จดทะเบียนโอน คือ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้โอนหรือผู้รับโอน และในกรณีที่ผู้โอนหรือผู้รับโอนเป็นนิติบุคคล ก็ให้แนบต้นฉบับหนังสือรับรองนิติบุคคล ซึ่งนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทออกให้ไม่เกิน 6 เดือนแนบประกอบการขอจดทะเบียนโอนด้วยทุกครั้ง พร้อมทั้งแนบต้นฉบับหนังสือสำคัญแสดงการจดทะเบียนโอนเครื่องหมายการค้าแนบคืนมาด้วย เพื่อนายทะเบียนจะได้ส่งคืนให้ผู้รับโอนต่อไปพร้อมทั้งหลักฐานการรับจดทะเบียนโอน

    Comments

    Please wait...
    Sorry, the comment you entered is too long. Please shorten it.
    You didn't enter anything. Please try again.
    Sorry, we can't add your comment right now. Please try again later.
    To add a comment, you need permission from your parent. Ask for permission
    Your parent has turned off comments.
    Sorry, we can't delete your comment right now. Please try again later.
    You've exceeded the maximum number of comments that can be left in one day. Please try again in 24 hours.
    Your account has had the ability to leave comments disabled because our systems indicate that you may be spamming other users. If you believe that your account has been disabled in error please contact Windows Live support.
    Complete the security check below to finish leaving your comment.
    The characters you type in the security check must match the characters in the picture or audio.

    To add a comment, sign in with your Windows Live ID (if you use Hotmail, Messenger, or Xbox LIVE, you have a Windows Live ID). Sign in


    Don't have a Windows Live ID? Sign up

    Trackbacks

    The trackback URL for this entry is:
    http://svkpkrue.spaces.live.com/blog/cns!6A4090EF31D13552!1975.trak
    Weblogs that reference this entry
    • None