การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า 2
เงื่อนไขในการโอนสิทธิในเครื่องหมายการค้า
ในการพิจารณาโอนสิทธิในเครื่องหมายการค้า
มีข้อที่ต้องระวังดังนี้
1. จะต้องระบุด้วยว่า เป็นการโอนสิทธิหรือรับมรดกเฉพาะเครื่องหมายการค้าอย่างเดียว หรือเครื่องหมายการค้าพร้อมกิจการที่เกี่ยวข้อง
2. ถ้าเครื่องหมายการค้านั้นเป็นเครื่องหมายการค้าที่นายทะเบียนได้จดทะเบียนไว้เป็นเครื่องหมายชุด จะต้องโอนหรือรับมรดกกันทั้งชุด
3. ถ้าจะโอนเครื่องหมายการค้าที่ได้จดทะเบียนสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้านั้นอยู่ก่อนหน้าแล้ว จะต้องขอเพิกถอนการจดทะเบียนสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้านั้นก่อน
4. ถ้าเป็นการโอนสิทธิในเครื่องหมายรับรอง ผู้
รับโอนจะต้องแสดงต่อนายทะเบียนด้วยว่าตนมีความสามารถเพียงพอที่จะรับรอง
คุณลักษณะของสินค้าหรือบริการตามที่ได้ระบุไว้ในข้อบังคับว่าด้วยการใช้
เครื่องหมายรับรองนั้นด้วย
การต่ออายุการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า
เครื่องหมายการค้าใด เมื่อนายทะเบียนรับจดทะเบียนให้ กฎหมายถือว่า วันที่ยื่นคำขอจดทะเบียนเป็นวันที่จดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้น (2)
โดยมีอายุการคุ้มครองถึง 10 ปีนับแต่วันที่จดทะเบียน (3)
ในการต่ออายุเครื่องหมายการค้านั้น เจ้าของเครื่องหมายการค้าใดที่ประสงค์จะต่ออายุการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของตน ให้ยื่นคำขอต่ออายุต่อนายทะเบียนภายใน
90 วันก่อนวันสิ้นอายุ (4)
ในการต่ออายุจะต้องระบุรายการสินค้าที่ประสงค์จะต่ออายุด้วย ทั้งนี้ผู้เป็นเจ้าของอาจใช้สิทธิต่ออายุเครื่องหมายการค้าสำหรับรายการสินค้าทั้งหมดที่ได้จดทะเบียนไว้ หรือจะขอต่ออายุเครื่องหมายการค้าสำหรับรายการสินค้าบางอย่างก็ได้ ซึ่งรายการสินค้าที่จะใช้ต่ออายุได้นั้น ต้องเป็นรายการสินค้าที่ได้เคยรับการจดทะเบียนไว้แล้วเท่านั้น
โดยปกติการขอต่ออายุทะเบียนเครื่องหมายการค้า จะต้องยื่นคำขอต่ออายุพร้อมกับชำระเงินค่าธรรมเนียมการต่ออายุมาพร้อมกัน แต่ในกรณีที่ไม่อาจชำระเงินค่าธรรมเนียมมาพร้อมกับการขอต่ออายุ ก็ให้ยื่นคำขอต่ออายุพร้อมหนังสือขอผ่อนผันการชำระเงินค่าธรรมเนียมต่อนายทะเบียน
แต่ผู้ขอต่ออายุจะต้องชำระเงินค่าธรรมเนียมการต่ออายุภายในหกเดือนนับแต่วันสิ้นอายุการจดทะเบียน มิฉะนั้น
คำขอต่ออายุดังกล่าวไม่มีผลตามกฎหมาย .ซึ่งต่างกับการยื่นคำขอต่ออายุมาพร้อมกับเงินค่าธรรมเนียม
การไม่ยื่นคำขอต่ออายุภายในกำหนดเวลา กฎหมายให้ถือว่าเครื่องหมายการค้ารายนั้นได้ถูกเพิกถอนการจดทะเบียนแล้ว
การจดทะเบียนสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิในเครื่องหมายการค้า
สัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิในเครื่องหมายการค้า หมายถึง
หนังสือสัญญาที่เจ้าของเครื่องหมายการค้าที่ได้รับการจดทะเบียนแล้ว ยินยอมให้บุคคลอื่นใช้เครื่องหมายการค้านั้นสำหรับสินค้าที่ได้จดทะเบียนไว้ทั้งหมดหรือบางอย่าง
สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้านั้น จะต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อนายทะเบียน
สัญญาอนุญาต ฯ ที่จะนำมาจดทะเบียนได้นั้น
อย่างน้อยต้องมีรายการในสัญญาต่อไปนี้
1.เงื่อนไขหรือข้อกำหนดระหว่างเจ้าของเครื่องหมายการค้าและผู้ได้รับอนุญาต ที่จะทำให้เจ้าของเครื่องหมายการค้านั้น สามารถควบคุมคุณภาพของสินค้าของผู้รับอนุญาตได้อย่างแท้จริง
2.สินค้าที่จะได้รับอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้านั้น
3.ข้อตกลงที่ว่า
ผู้ได้รับอนุญาต ฯ มีสิทธิใช้เครื่องหมายการค้านั้นแต่ผู้เดียว หรือเจ้าของเครื่องหมายการค้ามีสิทธิที่จะอนุญาตให้บุคคลอื่นที่มิใช่ผู้รับอนุญาต
ฯ รายนี้ใช้เครื่องหมายการค้านี้อีกได้หรือไม่
รูปแบบของสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า
โดยทั่วไปนิยมทำสัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้า
3 รูปแบบ คือ
1.สัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิโดยไม่เด็ดขาด (NON-EXCLUSIVE
LICENSING AGREEMENT)
2.สัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิแต่ผู้เดียว (SOLE
LICENSING AGREEMENT)
3.สัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิโดยเด็ดขาด (EXCLUSIVE
LICENSING AGREEMENT)
สัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิโดยไม่เด็ดขาด
หมายถึง สัญญาที่เจ้าของเครื่องหมายการค้า อนุญาตให้ผู้อื่นใช้สิทธิในเครื่องหมายการค้าของตน แต่เจ้าของเครื่องหมายการค้ายังมีสิทธิอนุญาตให้บุคคลอื่น
ๆ นอกเหนือจากผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิคนก่อน ใช้สิทธิในเครื่องหมายการค้านั้นได้อีก รวมทั้งเจ้าของเครื่องหมายการค้าก็ยังคงมีสิทธิใช้เครื่องหมายการค้านั้นเอง
สัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิแต่ผู้เดียว
หมายถึง สัญญาที่เจ้าของเครื่องหมายการค้า อนุญาตให้ผู้หนึ่งผู้ใดใช้สิทธิในเครื่องหมายการค้าของตนแต่ผู้เดียว แต่ตัดสิทธิเจ้าของเครื่องหมายการค้าที่จะอนุญาตให้บุคคลอื่น
ๆ ใช้สิทธิในเครื่องหมายการค้านั้น แต่เจ้าของเครื่องหมายการค้ายังคงมีสิทธิใช้เครื่องหมายการค้านั้นเอง
สัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิโดยเด็ดขาด
หมายถึง สัญญาที่เจ้าของเครื่องหมายการค้า อนุญาตให้ผู้หนึ่งผู้ใดใช้สิทธิในเครื่องหมายการค้าของตนแต่ผู้เดียวเท่านั้น โดยที่เจ้าของเครื่องหมายการค้าเองก็ไม่มีสิทธิใช้และไม่มีสิทธิอนุญาตให้บุคคลอื่นใช้เครื่องหมายการค้านั้น (5)
สัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิในเครื่องหมายการค้านี้ เป็น
การอนุญาตให้บุคคลอื่นใช้เครื่องหมายการค้ากับสินค้าของผู้รับอนุญาตโดยมี
เงื่อนไขหรือข้อกำหนดในการให้เจ้าของเครื่องหมายการค้าสามารถควบคุมคุณภาพ
สินค้าของผู้รับอนุญาต ฯ ได้อย่างแท้จริง แต่ถ้าหากในสัญญา ฯ มิได้มีข้อความดังกล่าว หรือระบุว่าผู้รับอนุญาตจะต้องรับสินค้ามาจากเจ้าของเครื่องหมายการค้าเพียงแห่งเดียวเท่านั้น กรณีนี้ไม่อยู่ในข่ายจดทะเบียนสัญญาอนุญาต
ฯ ต่อนายทะเบียน
ทั้งหมดนี้คือ การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าภายหลังจากที่เครื่องหมายการค้านั้นได้รับการจดทะเบียนแล้วว่ามีการจดทะเบียนอะไรบ้างโดยกว้าง ๆ เพื่อที่ท่านจะได้ทราบถึงการจดทะเบียนที่อาจเกิดขึ้นกับเครื่องหมายการค้าของท่านในอนาคตข้างหน้า จะได้ดำเนินการให้ถูกต้องไม่สูญเงินค่าธรรมเนียมไปเปล่า เพราะเหตุที่นายทะเบียนไม่อาจอนุญาตให้จดทะเบียน
----------------------------------------------------------------------------
โดย... นายพิบูล ตันศุภผล
เจ้าหน้าที่วิเคราะห์งานทะเบียนการค้า 8 ว
นายทะเบียนเครื่องหมายการค้า
19 กรกฎาคม 2548
-------------------------------------------------------------------------
(1)
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1249 " ห้างหุ้นส่วนก็ดี บริษัทก็ดี
แม้จะได้เลิกกันแล้ว ก็ให้พึงถือว่ายังคงตั้งอยู่ตราบเท่าเวลาที่จำเป็นเพื่อการชำระบัญชี"
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1250 " หน้าที่ของผู้ชำระบัญชี คือชำระสะสางการงานของห้าง
หุ้นส่วนหรือบริษัทนั้นให้เสร็จไป กับจัดการให้หนี้เงินและแจกจำหน่ายสินทรัพย์ของห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทนั้น"
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1270 "เมื่อการชำระบัญชีกิจการของห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท
สำเร็จลง ผู้ชำระบัญชีต้องทำรายงานการชำระบัญชีแสดงว่าการชำระบัญชีนั้น
ได้ดำเนินไปอย่างใด และได้จัดการทรัพย์สินของห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทนั้นไปประการใด แล้วให้เรียกประชุมใหญ่เพื่อเสนอรายงานนั้น และชี้แจงกิจการต่อที่ประชุม
เมื่อที่ประชุมใหญ่ได้ให้อนุมัติรายงานนั้นแล้ว ผู้ชำระบัญชีต้องนำข้อความที่ได้ประชุมกันนั้นไปจด ทะเบียนภายในสิบสี่วันนับแต่วันประชุมนั้น
เมื่อได้จดทะเบียนเสร็จแล้วดั่งนี้ ให้ถือว่าเป็นที่สุดแห่งการชำระ บัญชี "
(2)
พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า
(ฉบับที่ 2) พ.ศ.2543 มาตรา 42
(3)
พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า ฯ มาตรา 53
(4)
พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า ฯ มาตรา 54
(5)
วัส ติงสมิตร เครื่องหมายการค้า ตัวบทพร้อมข้อสังเกตเรียงมาตรา
และคำพิพากษาศาลฎีกา พิมพ์ครั้งที่ 3 หน้า 417 (บันทึก ณ วันที่ 27 กค. 2548)
ข้อมูลจากเวป ดี.ไอ.พี.
http://www.ipthailand.org/ipthailand/index.php?option=com_content&task=view&id=326&Itemid=197